วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รีวิว – Canon LEGRIA mini “กล้องวีดีโอเล็ก สะดวก พกพาง่าย”

รีวิว – Canon LEGRIA mini “กล้องวีดีโอเล็ก สะดวก พกพาง่าย”

Social Network เข้ามาเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา คงไม่แปลกหากจะมีคนเกิดเพราะ Social Network อย่างที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะมีทั้งสอนทำอาหารและแต่งหน้าผ่าน YouTube จะดีแค่ไหนถ้าเรามีกล้องวีดีโอดี ๆ คู่ใจสำหรับแชร์เรื่องราวของเราให้โลกได้รับรู้
Review_Canon_Legria-mini (1)
Canon LEGRIA mini ราคาเปิดตัวที่ 9,999 บาท หาซื้อได้ที่ Canon eStore
Review_Canon_Legria-mini (2)
สำหรับตัวนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะหาซื้อตาม Canon Shop ได้หรือไม่? (แต่คิดว่าไม่น่าจะมี) สำหรับคนอยากได้สั่งแล้วนอนรออยู่บ้านน่าจะดีที่สุดครับ ส่วนใครต้องการใช้งาน ImageBrowser EX ก็ต้องใช้ Windows Vista ขึ้นไป
Review_Canon_Legria-mini (3)
ความละเอียดกล้องตัวนี้สามารถบันทึก VDO ความละเอียด Full HD ได้อย่างสบาย ๆ ด้วยเทคโนโลยี HS System รองรับ micro SD และ WiFi พร้อมเลนส์ Wide ในตัว
Review_Canon_Legria-mini (4)
อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่องมีเท่านี้ครับ ส่วน micro SD แนะนำให้ถอดจากมือถือหรือไปซื้อเอง หากใครยังไม่รู้จะซื้อของอะไรผมแนะนำ รีวิว – Micro SDHC Strontium “ของดีราคาถูกหรือแค่สมราคา?” ก็สามารถใช้งานได้ครับ (อย่าเผลอซื้อ Class ต่ำ ๆ มาเชียวเดี๋ยวจะมีปัญหาเวลาบันทึกไฟล์)
Review_Canon_Legria-mini (5)
แบตเตอรี่ไม่แน่ใจว่ารุ่นนี้ใช้กับกล้องดิจิตอลตัวไหนของ Canon ด้วยรึเปล่าแต่รหัสของมันคือ NB-4L น่าจะเป็นแบตเตอรี่ความจุมาตรฐานที่หาซื้อไม่ยากนัก
Review_Canon_Legria-mini (6)
Canon LEGRIA mini เป็นกล้องวีดีโอขนาดเล็กแต่ทรงพลังให้ไฟล์วิดีโอคุณภาพสูง ด้วยเซ็นเซอร์ความไวแสงสูงแบบ CMOS ความละเอียด 12MP (ความละเอียดเลนส์) ระบบชัตเตอร์แบบกลไก และระบบบันทึกเสียงคุณภาพเยี่ยม ดังนั้นคุณภาพจะดีกว่ากล้องมือถือทุกรุ่นอย่างแน่นอน
Review_Canon_Legria-mini (7)
กล้องวีดีโอ Legria Mini ให้ผู้ใช้สนุกกับการถ่ายภาพนิ่งในทุกมุมมองด้วยเลนส์มุมกว้างพิเศษ ถ่ายภาพนิ่งได้ครอบคลุม 170 องศา ภาพเคลื่อนไหว 160 องศา บนหน้าจอ Vari-angle LCD ปรับหมุนได้หลากทิศทาง พร้อมเอฟเฟกต์แต่งภาพสวยให้เลือกใช้มากมาย มีโหมดถ่ายวิดีโอทั้งแบบ Fast และ Slow Motion พกพาสะดวก ใช้งานง่ายเพราะมีขาตั้งกล้องในตัวให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพได้ทุกที่ตามต้องการ
Review_Canon_Legria-mini (8)
ส่วนแบตเตอรี่ก็ใส่ไปด้านล่างแบบนี้ครับ
Review_Canon_Legria-mini (9)
สามารถต่อ HDMI ออก TV ได้เลยส่วนช่องถัดไปเป็น DC IN ซึ่งในกล้องก็ไม่ได้แถมสายมา (แปลกมาก) สงสัยคงต้องซื้อเพิ่มที่ศูนย์บริการกระมัง ส่วนเวลาชาร์จแบตเตอรี่ก็ต้องถอดออกมาใส่แท่นชาร์จ อืม … เหนื่อยดีนะ
Review_Canon_Legria-mini (12)
ขาตั้งสามารถกางออกมาได้ ส่วนหน้าจอ LCD ที่เป็นเอกลักษณ์ก็สามารถปรับองศาได้เช่นกันครับ
Review_Canon_Legria-mini (13)
หรือจะตั้งมุมแบบนี้ก็สามารถทำได้เอาไว้ถ่ายเสย รู้นะคิดอะไรอยู่ เวลามีประกวดหรือเต้น B-boy สามารถเก็บมุมได้ดีกว่ามือถืออย่างแน่นอน กล้องวีดีโอสามารถบันทึกความละเอียดได้สูงถึง 24Mbps ซึ่งหากคุณซื้อ micro SD ความจุ 32GB ก็จะสามารถบันทึกได้ถึง 2 ชั่วโมง 55 นาที แต่ถ้าอยากบันทึกนาน ๆ ก็ปรับความละเอียดลงได้ครับ
Review_Canon_Legria-mini (14)
โดยรวมแล้ว LCD สามารถปรับระยะได้หลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้งาน ขาตั้งเป็นแบบล็อค ๆ ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงมากครับ
Review_Canon_Legria-mini (15)
ด้านล่างสามารถใช้ขาตั้งกล้องวางได้ด้วยตามมาตรฐานทั่ว ๆ ไป
Review_Canon_Legria-mini (16)
มาดูฟีเจอร์กันบ้างสำหรับ Canon LEGRIA mini สามารถถ่ายและเล่นกับมันได้หลากหลาย แต่ฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงไม่ค่อยมี (ถึงมีก็ใช้งานยาก) ดังนั้นแนะนำให้เปิด Auto ไปแบบเดิม ๆ ดีที่สุด เว้นเสียแต่ว่าคุณพอมีความรู้เรื่องกล้องอยู่บ้าง
Review_Canon_Legria-mini (17)
มีภาษาไทยที่เหมือนจะเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่
Review_Canon_Legria-mini (18)
ทดสอบบันทึก VDO ลงการ์ดความจุ 16GB หน้าจอ LCD ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แต่ก็พอถูไถครับ แค่พอดูรู้เรื่องว่าจับโฟกัสอะไรอยู่ก็พอแล้ว เพราะยังไงเราก็ต้องเอาไปต่อคอมฯ อีกที
Review_Canon_Legria-mini (19)
การบันทึกไฟล์สามารถเลือกคุณภาพได้อย่าง 17Mbps จะเป็นมาตรฐาน Full HD ส่วน 24Mbps จะเป็นเหนือ Full HD ขึ้นไปอีก (ทาง Canon เขียนว่างี้) ส่วนตัวผมรีวิวบ้าพลังต้องเลือก 24Mbps อยู่แล้วแหล่ะ !!!
Review_Canon_Legria-mini (20)
โปรแกรมในตัวกล้องทำออกมาได้ค่อนข้างดีสามารถดู micro SD ได้ด้วยว่าเหลือพื้นที่เท่าไหร่ รวมถึง Class พร้อมทั้งประเมินเวลาถ่ายวีดีโอและภาพนิ่ง
Review_Canon_Legria-mini (21)
ภายในตัวกล้องวีดีโอ Canon LEGRIA mini มี Effect น่ารัก ๆ สำหรับถ่ายไปด้วย (ส่วนตัวว่ามันไร้สาระแถมยังใช้ยากอีก) คิดว่าสาว ๆ น่าจะชอบมั้ง – -*
Review_Canon_Legria-mini (22)
อ้อ … เกือบลืมบอกไปปุ่มทั้งหมดบนจอเป็นแบบ Touch Screen นะครับ สามารถแตะได้ทั้งหมดเลย อย่างอันนี้ผมลองถ่ายแบบ Wide ดูก็สามารถเก็ฐมุมได้ค่อนข้างกว้างมากถึง 160° / 71° แต่ถ้าถ่ายเป็นภาพนิ่งจะได้ถึง 170° / 78° เลยทีเดียว
Review_Canon_Legria-mini (23)
ส่วนอันนี้ก็จะเป็นการถ่ายมุมปกติครับ ลองเปรียบเทียบดูเอากับภาพด้านบน
Review_Canon_Legria-mini (24)
จุดขายอีกอย่างหนึ่งของ Canon LEGRIA mini ก็คือมันสามารถที่จะต่อ WiFi ได้ทั้งที่กล้องรุ่นอื่น ๆ มันไม่สามารถทำได้ ข้อดีก็คือสามารถอัพโหลด VDO ได้เลยหรือจะเอามาดูต่อที่ Tablet และ Smart Phone ก็สะดวกดี
Review_Canon_Legria-mini (25)
ตอนนี้ App ของ Canon จะมี Movie Upload และ CameraAccess (ส่วนใครใช้ Android ก็ลองไปหากันเองนะครับ) เป็น App ที่ทาง Canon พัฒนามาโดยเฉพาะเพื่อใช้งานร่วมกันผ่าน WiFi จากเครื่องสู่เครื่องครับ
Review_Canon_Legria-mini (26)
วิธีใช้งานก็ไม่ยากเพียงแค่เปิด WiFi ที่กล้องวีดีโอ Canon LEGRIA mini จากนั้นก็เปิดที่อุปกรณ์ของเราทำการเชื่อมต่อหากันแบบเครื่องต่อเครื่อง จากนั้นเปิด App ขึ้นมาก็จะสามารถใช้งานเราได้แล้ว อย่างตอนนี้ผมใช้งาน CameraAccess อยู่ก็สามารถดูภาพจอใหญ่แบบ Real Time ผ่าน iPad ของผมได้ทันทีอีกทั้งยังสามารถเลือกได้อีกว่าจะบันทึก VDO ขณะนี้ลงกล้องหรือตัว iPad เอง
มันทำให้ผมนึกถึงกล้อง SONY QX10QX100 ที่หลักการของมันคือเอาเลนส์มาแปะ Smart Phone จากนั้นใช้เลนส์ถ่ายแล้วค่อยโอนถ่ายเข้า Smart Phone และสำหรับตัวนี้ก็คงใช้งานไม่ต่างกันนักเพียงแต่เน้นด้านวีดีโอมากกว่า
Review_Canon_Legria-mini (27)
จากที่ได้ลองมาคิดว่า Canon LEGRIA mini ค่อนข้างที่จะสะดวกเป็นอย่างมากหากใช้ถ่ายตัวเองเวลารีวิวแบบ How to เพราะจะได้เห็นตัวเองบนจอภาพแล้วก็ไม่หลุดเฟรมนั่นเอง แถมยังเก็บมุมมองแบบ Wide ทำให้จุดนี้สามารถสร้างเอกลักษณ์เหนือกว่ากล้องทั่ว ๆ ไปได้เป็นอย่างดี
Review_Canon_Legria-mini (28)
ลองเปลี่ยนเป็นโหมดธรรมดาดูบ้างคราวนี้หัวแทบไม่มีต้องถอยกล้องออกไปอีก มันไม่สะดวกเอาเสียเลยเวลาใช้งาน
ทดสอบกล้องวีดีโอ Canon LEGRIA mini ตั้งความละเอียดสูงสุดและเปิดทุกอย่าง Auto ถ่ายบนรถไฟฟ้าเวลาเที่ยง ๆ บ่าย ๆ ครับ

ข้อดี

  1. เลนส์คุณภาพสูงและสามารถเก็บภาพมุมกว้างได้
  2. ขนาดเล็กสะดวกและพกพาง่าย
  3. ใช้การ์ด micro SD เช่นเดียวกับ Smart Phone
  4. มี WiFi และ App รองรับในตัว

ข้อเสีย

  1. ไม่แถมสายชาร์จกับกล้องโดยตรง
  2. หลายฟีเจอร์ใช้งานยากมาก
  3. แบตเตอรี่ใช้ได้ประมาณ 75 นาที

สรุป


ก็เป็นกล้องที่ตอบโจทย์และเกิดมาเพื่อวัยรุ่นและ Blogger โดยตรง เน้นพกพาสะดวกและถ่ายโอนแบบง่าย ๆ สำหรับคนที่ชอบแชร์ชอบถ่ายถือว่าเหมาะมากครับ คุณภาพเลนส์สูงทำให้ภาพออกมาได้คมกริบแถมยังมีไมค์ที่รับเสียงได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะให้มาตั้งเป็นกล้องถ่ายสัมนาหรือท่องเที่ยวเป็นชั่วโมง ๆ อะไรแบบนี้คงไม่เหมาะกับการใช้งาน
ที่มาhttp://ireview.in.th/review-canon-legria-mini/

มือใหม่กับการถ่ายวีดีโอ ถ่ายให้เป็นทำอย่างไร?

บทความเรื่องมือใหม่กับการถ่ายวีดีโอ ถ่ายให้เป็นทำอย่างไร?.....

1. หลีกเลี่ยงการซูม เข้าและออกมากเกินไป
โดยปกติคนขายกล้องมักจะโฆษณาโอ้อวด กล้องวีดีโอของเขามีความสามารถสูงสามารถซูมได้หลายร้อยเท่ามากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่นั่นมันไม่ได้เป็นปัจจัยที่ดีเลยเพราะว่า ถ้าคุณซูมมากกว่า 4X ก็เกิดอาการสั่น ภาพที่ได้ออกมาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยกเว้นคุณจะใช้ขาตั้งกล้องควบคู่กับการซูม เมื่อเราหลงคารมคนขายก็ได้กล้องที่ความสามารถในการซูมสูง และพวกเราก็ใช้มันเสียเลย แบบว่าซูมเข้า ๆ ออก ๆ เป็นว่าเล่น พอทำเป็น CD หรือ DVD ออกมา ดูแล้วมึน เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงการใช้ซูมให้น้อยที่สุดและที่เท่าจำเป็น และถ้าจำเป็นต้องการใช้ซูมก็ขอให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ควรใช้ซูมระหว่างขณะที่เปลี่ยนฉาก ถ้าทำอย่างนี้ได้วีดีโอก็จะดูดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แต่ผมบางครั้งหลงลืมตัวใช้เหมือนกัน
2. จับกล้องให้นิ่งขณะถ่ายวีดีโอ
กล้องวีดีโอ ปัจจุบันนี้ตัวขนาดเล็ก และมีปัญหาแน่นอนกับอาการสั่น ไม่เหมือนกล้องรุ่นใหญ่ ๆ มีน้ำหนักมากต้องแบกใส่บ่า และนั่นแหละก็เป็นลดอาการสั่นได้ดี แต่ไม่มีคนอยากใช้เพราะพกพาลำบาก จึงต้องมาใช้กล้องวีดีโอขนาดเล็ก
ถึงแม้ว่าจะจับกล้องให้นิ่งแล้ว แต่อาการสั่นก็จะมีนิดหน่อย แต่เทคโลยีของกล้องก็สามารถชดเชยอาการสั่นได้เล็กน้อย วีดีโอที่ออกมาก็จะดูนิ่ง หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็อาศัยเทคนิคในการทำกล้องให้นิ่งอย่างอื่น เช่น ใช้ขาตั้งกล้อง (สามขา) เหมือนกับมืออาชีพเค้าใช้กัน (แบบนี้นายแบบ นางแบบตัวน้อยของพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่รอหรอกครับ วิ่งกันกระจัดกระจาย มีน้อยคนที่ใช้) หรือ ง่ายขึ้นมาอีกหน่อยก็ใช้ขาตั้งแบบขาเดียวตั้งบนพื้นแล้วก็จะกล้องให้นิ่ง แบบนี้ก็จะเกิดอาการเอียงเกิดขึ้นบ้างแต่ก็ลดอาการสั่นดีกว่าใช้มือจับ หรือยืนให้หลังพิงฝา หรือนั่งคลุกเข่า ถ้าจะให้ดี ถ่ายวีดีโอแบบไม่ใช้จอ LCD เอากล้องแนบกับลูกตาแล้วกดให้นิ่ง แบบนี้ก็ลำบากกับคนใส่แว่น เหมือนกัน
3. การถ่ายวีดีโอเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เป็นที่น่าสนใจ มีชีวิตชีวา
เรื่องราวต่าง ๆ ที่เราบันทึกไว้ในวีดีโอ เสมือนกับเราพาคนดูวีดีโอของเราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ถ่ายบรรยากาศรอบ ๆ หลังจากนั้นก็ตัดเข้าไปหากลุ่มที่เราต้องการโฟกัส คนใดคนหนึ่งที่เป็นตัวหลัก และบันทึกวีดีโอเสมือนเราเอากล้องไปวางไว้บนหัวของคนนั้น ๆ ตัดไปตัดมา เช่น วันนี้พาลูกสาวตัวเล็ก ๆ เข้าไปชมพระบรมมหาราชวัง อันดับแรกก็ถ่าย ภาพวิวรวมทั้งหมดก่อน หลังจากนั้น ก็วิ่งไปดักหน้า แล้วก็ถ่ายเธอกำลังเดินเข้ามากับแม่ของเขา หลังจากเธอก็เดินผ่านไปแล้วก็มองเจดีย์สักอย่างหนึ่ง เราก็ถ่ายข้าง ๆ หรือด้านหลังว่าเธอกำลังมองเจดีย์ แล้วก็ตัดไปถ่ายเจดีย์นั้น ฉะนั้นคนที่ดูวีดีโอ ก็จะตื่นเต้นเหมือนกับเดินไปกับลูกสาวของเรา
4. การลำดับเรื่องจะจบ หรือการเริ่มต้น?
นี่เป็นเทคนิคการลำดับเรื่อง บางครั้งก็ออกอาการมึนเหมือนกันว่าจะเริ่มอย่างไร? และจะจบอย่างไร? ดูแล้วสนุกตื่นเต้น แบบนี้ก็สามารถลอกเลียนแบบภาพยนต์สักเรื่องหนึ่ง หรือสารคีใด ๆ สักเรื่อง เช่น เริ่มจากการเกริ่นจากในบ้านคุณแม่กำลังคุย + เปิดหนังสือท่องเที่ยวให้ลูกสาวดูที่ใดที่หนึ่งแล้วก็เล่าเรากำลังจะไป ตัดไปยังขณะขับรถเดินทาง ตัดไปยังแผนที่แล้วก็มีรถวิ่งจากบ้านไปที่ที่ต้องการจะไป แล้วก็ผ่านสิ่งต่าง ๆ ตามข้างทาง แล้วก็ถึงที่หมาย แล้วบันทึกกิจกรรมในวันนั้น ๆ และช่วงกลาง ๆ ของกิจกรรม บางครั้งก็อาจะตัดกลับไปในบ้านคุณแม่กำลังคุย + เปิดหนังสืออีกครั้งหนึ่งแทรกไปอยู่เป็นตอน ๆ สุดท้ายก็เดินทางกลับบ้านเหมือนกับการเดินทางไป และก็จบลงตรงที่แม่อ่านหนังสือจบและพูดคุยกับลูก เทคนิคเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการจินตนาการ+เทคนิคการตัดต่อด้วย และทำให้เกิดการเริ่มต้น และจบแบบสมบูรณ์
5. ทำให้สั้น และเข้าใจง่าย
ถ้าตั้งกล้องถ่ายวีดีโอที่มีความยาวมากกว่า 2 นาทีนั้น มันจะทำให้ผู้ดูเบื่อหรือก็หลับไปเลย การทำคลิปวีดีโอประกอบด้วยคลิปย่อยจำนวนมากมาย คลิปหนึ่ง ๆ มีความยาวประมาณ 5 ถึง 10 วินาที จะได้ผลมากกว่า ทำให้คนดูตื่นเต้นใจจดใจจ่อว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก พิธีการบางสิ่งบางอย่างก็เอาส่วนหัวส่วนท้ายก็พอ แล้วก็ตัดเอาช่วงกลางออกไปให้รู้ว่านี่เป็นพิธีการอะไรเท่านั้นก็พอ
6. เงา แสง มุมกล้อง
แสงธรรมชาติ มุมกล้องจะมีความสัมพันธ์กันได้ก็ยิ่งดี เพราะสถานที่ที่เราไปถ่ายต้องอาศัยแสงธรรมชาติเป็นหลัก ไม่สามารถจัดหาไฟสตูดิโอได้ตลอดเวลา เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงการถ่ายย้อนแสงแบบจัง ๆ เพราะจะทำให้คนที่ถูกถ่ายหน้าดำ แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องถ่ายย้อนแสง ก็อาจจะใช้ backlight ที่ติดมากับกล้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ลดอาการหน้าดำได้บ้าง หรือหันมุมกล้อง เพื่อให้เกิดแสงเงาแทนที่จะถ่ายคนตรง ๆ หรือสถานที่นั้นตรง ๆ นั่นก็จะได้มุมมองที่แปลก ๆ
7. การเปลี่ยนมุมมอง
ถ้าตั้งกล้องถ่ายวีดีโอมุมเดียวนั้นโอกาสที่ผู้ชมจะเบื่อมาก ๆ เพราะนั้นการเปลี่ยนมุมหลาย ๆ มุม (มุมบน มุมล่าง ข้างซ้าย ข้างขวา) เหมือนกับใช้กล้องหลายตัวรุมจุดโฟกัสนั้น ๆ ตัดสลับไปมา บางที่ก็มีการถ่ายซ้ำและนำเอาไปตัดต่อเอา ก็จะทำให้เกิดการสนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง โฟกัสสิ่งที่กำลังดำเนินไปอยู่
8. เรียนรู้จากภาพยนต์
การเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ จากภาพยนต์ และจดจำ เช่น ถ้านั่งดูภาพยนต์ไป และลองเดาว่าจะเปลี่ยนฉากอย่างไร แสดงว่าคุณมองออก และสามารถดำเนินเรื่องการถ่ายวีดีโอของคุณแบบไม่ติดขัด และเก็บสิ่งแวดล้อม เก็บสถานการณ์ ได้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็เอามาตัดต่อและเรียงลำดับใหม่ในคอมพิวเตอร์ เล่าเป็นเรื่องราวได้อย่างสนุก
9. การเตรียมแบตเตอรี่ให้เพียงพอ
ถ้าแบตเตอรี่หมดขณะการถ่ายทำ ทุกอย่างก็จบ ฉะนั้นก็ต้องเตรียมแบตเตอรี่ลูกใหญ่ขึ้น หรือพกสายยาว ๆ เสียบปลั๊กเอาก็ได้ เพื่อเหตุการณ์ดำเนินการไปด้วยดีก็ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการเตรียมแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
10. ระบบเสียง
ถ้าทำได้ก็ยิ่งดี หมายถึง ทุกอย่างพร้อมและเตรียมมาดีก็จะให้การถ่ายทำวีดีโอสมบูรณ์ขึ้น แต่โฮมวีดีโอ มันเอาแน่นอนไม่ได้ไม่มีบทไม่มีสคริป ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ บางทีก็อาศัยการตัดต่อเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไป หรือค่อยมาเสริมด้วยบทพากษ์ใหม่แทรกเข้าไปหรือเพิ่มบทเพลง เพื่อที่จะกลบเกลื่อนสิ่งที่ไม่ดีออกไป
บทสรุป
เรายังไม่ใช่มืออาชีพ แต่ต้องการทำดีสุด สักวันหนึ่งก็ทำได้เอง กว่าวันนั้นจะมาถึงจะต้องเรียนรู้พื้นฐานจากประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกมานานนับ และแล้วก็เกิดความมั่นใจ มันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของการเรียนรู้, เหมือนการขี่จักรยาน หรือการว่ายน้ำ ถ้าคุณสนใจมากขึ้นก็จะเกิดความชำนาญด้วยตนเอง., อยากจะแนะนำว่าถ้ายังต้องการหาประสบการณ์ใหม่ก็ขนขวายจากหนังสือหรืออินเตอร์เนทให้มากขึ้น พูดคุยกับกับคนที่มีประสบการณ์แล้วนำเอาไอเดียเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง
ที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/19757

การหาแสงไฟธรรมชาติในการถ่ายวีดีโอตอนกลางคืนและการจัดแสงไฟสตูดิโอ

การหาแสงไฟธรรมชาติในการถ่ายวีดีโอตอนกลางคืนและการจัดแสงไฟสตูดิโอ

ในการถ่ายวีดีโอตอนกลางคืน สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับช่างถ่ายวีดีโอทุกคนคือเรื่องของไฟไม่เพียงพอ ซึ่งเมื่อถ่ายวีดีโอและนำมาตัดต่อแล้ว ภาพที่ได้จะเกิด noise ขึ้นมากมาย เนื่องจากการปรับเพิ่ม gain ความสว่างในกล้องถ่ายวีดีโอ เราจะมีวิธีการอย่างไรในการเพิ่มแสงสว่างให้กับฉากของเรา โดยที่เราไม่สะดวกในการขนอุปกรณ์ไฟต่างๆไปถ่ายวีดีโอ เราอาจจะใช้ไฟจากสิ่งรอบตัวเป็นตัวช่วย หรืออาจจะใช้ reflector ช่วยในอีกทางหนึ่ง เรามาลองติดตามกันดูว่า สามารถประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างไร

เมื่อเราต้องออกรับไปถ่ายวีดีโอในตอนกลางคืนในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเตรียมอุปกรณ์ไฟต่างๆไปได้ เช่น ออกไปทัศนศึกษา ออกไปเดินป่า เรามีวิธีการที่จะรับมือในการถ่ายวีดีโอในสถานการณ์ที่มีไฟไม่เพียงพอในการถ่ายวีดีโอเช่นนั้นอย่างไร ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูโดยประยุกต์กับการโพสท่าแบบต่างๆ
1. ใช้แสงไฟจากเสาไฟฟ้าช่วยถ่ายวีดีโอ
ลองพยายามหาลานจอดรถหรือบริเวณที่มีเสาไฟฟ้า เราจะอาศัยแสงไฟจากเสาไฟฟ้าช่วยในการถ่ายวีดีโอกัน โดยการวางตำแหน่งของวัตถุกับทิศทางของไฟจะมีด้วยกัน 4 รูปแบบ คือ
Broad Lighting
ให้แสงไฟหลักจากเสาไฟฟ้าส่องลงมายังด้านข้างของวัตถุเป็น Key Light อาจจะใช้ Reflector เป็น Fill Light โดยวางในตำแหน่งประมาณ 45 องศากับตำแหน่ง Key light การจัดไฟถ่ายวีดีโอรูปแบบนี้จะเน้นคุณลักษณะของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูกว้างขึ้นและริ้วรอยดูลดลง
Short Lighting
การวางตำแหน่งของวัตถุและแสงไฟจะคล้ายๆกับแบบ Broad Lighting เพียงแต่เปลี่ยนทิศทางการหันหน้าของวัตถุ การจัดไฟถ่ายวีดีโอรูปแบบนี้จะให้อารมณ์ของแบบมากกว่า เพราะว่าจะเห็นริ้วรอยอย่างชัดเจน แต่รูปหน้าจะดูเล็กกว่าปกติ
Butterfly Lighting
มีชื่อเรียกตามเงาที่เกิดขึ้นใต้จมูกจะมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ตำแหน่งของ Key Light ให้อยู่สูงกว่าระดับสายตาประมาณ 25-70 องศา อาจจะใช้ Reflector ช่วยโดยวางอยู่ในตำแหน่งดังรูป การจัดไฟถ่ายวีดีโอรูปแบบนี้เหมาะกับรูปหน้าทุกประเภท โดยเฉพาะรูปหน้าค่อนข้างเล็ก เพราะมันจะทำให้โหนกแก้มดูใหญ่ขึ้น
Rembrandt Lighting
เป็นการจัดไฟถ่ายวีดีโอที่เน้นอารมณ์ของแบบมากที่สุด รูปแบบการจัดไฟจะคล้ายกับ Short Lighting โดย Key Light จะวางอยู่สูงกว่าระดับสายตาเหมือนกับ Butterfly Lighting จะเกิดเงาของจมูกไปยังแก้มของใบหน้าอีกฝั่งหนึ่ง เงาที่เกิดขึ้นจะมีรูปคล้ายสามเหลี่ยม
รับถ่ายวีดีโอ-Rembrandt Lighting 1
2. ใช้แสงไฟจากรถยนต์ช่วยถ่ายวีดีโอ
เมื่อเราจะถ่ายวีดีโอฉากที่อยู่บนท้องถนน เราอาจจะใช้แสงไฟจากรถยนต์ของเราช่วย โดยเปิดไฟส่องมาที่ข้างหลังของวัตถุและใช้ Reflector เป็น Fill Light วางไว้อยู่ข้างหน้าช่วยสะท้อนแสงไฟเพื่อลบเงาของวัตถุ ถ้าเราถ่ายวีดีโอโดยใช้วิธีนี้ในเวลาพลบค่ำหลังจากฝนตก เราจะได้ท้องฟ้าที่สวยงามมาก
เราอาจจะลองเปลี่ยนมาถ่ายวีดีโอในตำแหน่งที่แสงไฟส่องเข้าไปหาวัตถุ จะได้อารมณ์ของภาพมากขึ้นในรูปแบบ Deer in Headlights ลองถ่ายวีดีโอในมุมต่างๆกันก็จะให้อารมณ์ของภาพแตกต่างกัน
เราอาจจะลองเล่นกับแสงเงาดูก็ได้โดยการให้วัตถุอยู่ใกล้กับกำแพง ให้วัตถุเคลื่อนที่เข้าหากล้องวีดีโอ ส่วนช่างถ่ายวีดีโอให้เดินถอยหลังหนีออกไป และให้ใช้แสงไฟจากรถยนต์ เงาที่เกิดจากแสงไฟของรถยนต์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของในฉาก ซึ่งจะให้อารมณ์ของภาพออกมาเป็นแนวลึกลับ ตื่นเต้น
3. ใช้แสงไฟจากร้านสะดวกซื้อหรือปั้มน้ำมันช่วยถ่ายวีดีโอ
ปกติร้านค้าต่างๆตามท้องถนนจะติดไฟไว้หน้าร้านจำนวนมากเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้าน 7-eleven มีร้านค้าตั้งอยู่จำนวนมากทุกหนทุกแห่ง และก็ปั้มน้ำมันสำหรับต่างจังหวัด ก็มีมากมายหลายแห่ง เราสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้เลยเพราะว่าแสงไฟค่อนข้างเพียงพอ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ Reflector ช่วยก็ได้
ที่มาhttp://www.รับถ่ายวิดีโอ.com/หาแสงไฟและจัดไฟสตูดิโอ